วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

เรื่องง่ายๆ ที่พาเจ้านายเสียคน


            เนื่องด้วยสังคมไทย......  ทำไมถึงต้องมีคำนี้ก่อนเริ่มเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะ สาเหตุของเรื่องมาจากสังคมไทยที่ยกให้เจ้านาย ลูกพี่ บอส หัวหน้า กลายเป็นเหล่าสมมุติเทพ มีอำนาจสิทธิขาดเหนือชีวิต เชกเช่นกับว่าหากขัดใจแล้วชีวิตจะหาไม่ เหมือนพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ในสายโลหิตแห่งชนชาติไทยมานาน ทำให้ทุกสถานที่ทำงานล้วนคงไว้ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ (หากเป็นบริษัทของไทย หรือมีคนไทยทำงาน )
            ซึ่งพฤติกรรม ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็น การเอาใจต่างๆนานา ของขวัญของกำนัล การไม่ขัดใจเลยแม้บางครั้งสิ่งที่เจ้านายทำมันก็ไม่ถูกต้อง ยกยอปอปั้น ต่างๆบางที่ถึงกับต้องนัดแนะกัน เพื่อให้เจ้านายพอใจ ล้วนส่งเสริมให้เจ้านายเสี่ยงต่อการเสียคนจนได้
            ผู้บริหารหลายคนเรียนรู้พฤติกรรม ด้วยความเกรงใจในตอนแรกและกลายเป็นนิสัยในภายหลัง (ผมเองก็เป็น) หลายคนกลายเป็นคนบ้ายอ เจ้าอารมณ์ และตัดสินใจหลายอย่างโดยหาเหตุผลประกอบไม่ได้ เนื่องจากเกิดความลำพองตัวเองสูง และเข้าใจว่าตนเก่งกล้าสามารถมาก ซึ่งจะไม่มีผลกระทบมากนักในภาพลักษณ์ของสังคมในที่ทำงาน แต่หากติดพฤติกรรมดังกล่าวไปใช้ในสังคมภายนอก คงไม่เหมาะสมเป็นแน่  แถมลูกน้องยังไม่ใส่ใจงาน เพราะเอาเวลามาใส่ใจคุณ

***วิธีเช็คตัวเองง่ายๆ เพื่อไม่ให้นิสัยดังกล่าวเกิดเป็นนิสัยติดตัว คือ
            1.คุณปรี้ดแตกกับทีมงาน พนักงาน ด้วยเรื่องอะไรบ้าง 
               ถ้าเป็นเรื่องสัพเพเหระ ชงกาแฟ แฟ้มบนโต้ะไม่เรียบร้อย เดินชนคุณ หรือลูกน้องอ้าปากจะตอบโต้เวลาคุณสั่งงาน แล้วคุณปรี้ดแตกหล่ะใช่เลย
            2.คุณชอบให้ทุกคนชมเรื่องการแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผม 
                คุณจะหน้าบานและอารมณ์ดีหากลูกน้องพากันชม และพวกเค้าชมคุณแทบทุกวัน และคุณพยายามแต่งตัวมาให้คนชมเสมอ ซึ่งถ้าวันไหนคุณคาดหวังว่าจะได้รับคำชมแต่ไม่ได้ คุณจะอารมณ์เสีย
            3.คุณมักได้รับของขวัญ ของฝาก จากลูกน้องเสมอๆแม้ไม่ใช่โอกาสพิเศษ
               และของขวัญที่ให้คุณมักเป็นแบบพรีเมี่ยมเสมอ หากไม่คุณเริ่มไม่พอใจ
            4.ลูกน้องไม่ค่อยเสนอความคิดเห็น ในเรื่องใดๆ และรอคุณเป็นผู้ตัดสินใจแม้เรื่องเล็กๆ
               อันนี้หนัก ถึงขั้น หมดความคิดสร้างสรรค์กันเลยทีเดียว

            หากทราบแล้วก็แก้ไขได้ง่ายๆ แค่มีสติ และระลึกให้ได้ว่าสิ่งที่คุณต้องการจากทีม คืองานที่ดี ผลงานที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่การเอาอกเอาใจ ซึ่งบางครั้งมันจอมปลอม ระดับคุณแล้วคุณทราบอยู่แล้วว่าใครจริงใจหรือไม่ และต้องแก้ไขพฤติกรรมแบบนี้ในที่ทำงานอย่างไร ผมคงบอกไม่ได้
           ตัวผมเองได้แต่สอนตัวเองและผู้บริหารหน้าใหม่ๆ และอยากให้ผู้บริหารไทยได้ยกระดับความสามารถและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เป็นผู้บริหารมันเหนื่อย

         สวัสดีครับทุกคน ในฐานะพนักงาน ลูกจ้าง ลูกน้อง เชื่อได้เลยว่า การนินทาเจ้านาย ลูกพี่ หรือผู้บริหารเป็นเรื่องที่เราเคยๆกันมาแล้วทั้งนั้น ทั้งอาจจะเคยเม้าท์กับเพื่อน แฟน หรือแอบด่าในใจ
เพราะอะไรหรือครับก็เพราะว่า วันๆไม่เห็นทำไรเลย สั่งๆ แล้วก็ไปประชุม กลับมาบ่น แล้วก็กินกาแฟ
มีรถให้ใช้ แถมเงินเดือนเยอะกว่าเราหลายเท่าแน่ นี่คือมุมมองของลูกน้อง
ซึ่งวันนี้จะมมาเล่าให้ฟังว่า ผู้บริหารวันๆเค้าทำอะไรกันบ้าง

          เริ่มจากตื่นเช้ามาเปิดเมลล์ ดูความเป็นไปของบริษัทก่อนแล้วค่อยไปล้างหน้า ผมเชื่อว่าผู้บริหารทุกท่านเป็นแบบนี้ เพราะเป็นหนึ่งในข้อมูลในการวางแผนการทำงานของวันนั้น เสร็จแล้วก็มาดูตารางนัดหมาย วันนนี้ ต้องคุยกับใคร กี่โมง ถึงออฟฟิส ถ้าเป็นผู้บริหารที่ดี จะต้องเดินในพื้นที่อย่างน้อย10นาที ทักทายพนักงานลูกน้องและดูความเรียบร้อย จากนั้นจึงเข้าทำงาน ประชุม เซ็นเอกสาร เย็นกลับบ้าน นอน นี่คือภาพการทำงานภายนอก

          ทีนี้มาถึงเรื่องในหัวว่าเค้าต้องทำไรบ้าง 
***เดินเข้าออฟฟิส เดินดูแผนกไหน มีสภาพเป็นอย่างไร ต้องปรับปรุงมั้ย ปลอดภัยดีหรือแอร์จะล่วงใส่หัวพนักงาน หน้าตาพนักงานมีความสุข หรืออมทุกข์ เหนื่อยหน่ายกับงาน แล้วมันเพราะอะไร
***เข้าออฟฟิสเซ้นต์เอกสารโดยพิจารณาทุกใบ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ความถูกต้อง ข้อมูลที่สนับสนุนเพียงพอมั้ย จะกระทบใครบ้าง ถ้าไม่อนุมัติใครจะเดือดร้อนแค่ไหน จะแก้ยังไงต่อ 
***ประชุมภายใน วางแผนการทำงาน แก้ไขปัญหา หาทางออก วางการตลาด โดยใช้ข้อมูลทั้งหมด ในการพิจารณา เป็นกันชนเวลาเกิดความขัดแย้ง เป็นกาวประสารหน่วยงานที่ไม่ลงรอยกัน
***ประชุมภายนอก งัดทุกวิธีการเจรจาต่อรอง เพื่อให้องค์กรได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพื่อทำให้ บริษัทอยู่รอดและลูกน้องอีกเป็นร้อยมีงานทำ
***เย็นกลับบ้าน  คิดวางแผนการทำงานวันรุ่งขึ้น สัปดาห์หน้า กลยุทธ์ของเดือน ปี ปีหน้า

      คือ มันก็แค่นี้แหละที่ผู้บริหารเค้าทำกัน เลยมี คำพูด ติดปากคนไทย "ทำงานทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมารับห้าพัน" 
      อาจารย์สุขุม ท่านกล่าวกับผมในงานสัมนาแห่งหนึ่ง ว่า ถ้าจะเป็นผู้บริหาร ให้ใช้ความคิด 90 ปฏิบัติ แค่ 10 เพราะงั้นเวลาที่ผู้บริหารทำงานเค้าใช้แค่ความคิดกับทักษะ ผมจึงมองว่า ถ้ายังต้องทำงานเองอยู่คุณยังไม่ใช่ผู้บริหารที่ดี

      เพราะฉนั้นลูกน้องที่มองเจ้านายในออฟฟิสแบบเก่าๆ ก็ลองมองมุมใหม่นะครับ